Quarantine Diaries: Well Witoonchart 

Author name
Lily Koning

Well Witoonchart is an undergraduate international student at Duke University. She shared the following account of her trip home to Thailand and her subsequent quarantine experience.  

I’m a fourth year student at Duke University in North Carolina who recently traveled home to Bangkok. I'm currently quarantined in The Patra Hotel for the next two weeks. As I know many of you may be wondering what’s happening in quarantine, worried about your family members’ living conditions, etc. I thought I’d share my story here. My experience has also been unexpectedly and largely positive, so I want to publicly extend my gratitude to all the embassy staff in S. Korea, Washington DC, and Thailand, as well as all the officers and hotel staff who helped me along the way. 

I arrived in Korea on April 6th with building excitement about finally being able to go home, eat amazing food, and see my dogs again. Since my flight was on the 7th, I’d accepted my fate of sleeping on the plastic chairs in the open visitor area of the airport. A few hours in, I was informed of the Thai government’s sudden announcement to suspend incoming air travel until the 18th. I was shocked and scared – was I going to be stuck in this airport for 2 weeks? Sleeping outside and being exposed to all the viruses visitors bring in every day? What was I going to do? 

I wandered around the airport, unsure what to do and generally just feeling distressed. I was approached by a woman who asked me if I was Thai, and immediately brought me to a group of 20+ Thai people who were also stranded. An embassy representative asked me how I was doing, handed me a bag of face masks, sanitizing hand gel, sanitizing wet wipes (very valuable commodities!) and dinner. I was added to a Line group, given forms to fill out, and a Thai woman very kindly offered to share her airport hotel room with me. All this happened within ten minutes. I felt so comforted and welcomed, and I was saved from my fate of sleeping outside. We didn’t know each other yet they leaped to my aid. 

The embassy reps were extremely responsive and professional. They followed up with every single person they knew to be in Korea and helped get us registered - not to mention their most remarkable feat, which was to arrange a flight for us the very next day (April 7th). All the documents were issued, temperatures were checked, and we were on our way home. 

At Suvarnabhumi airport we were greeted by officers who sprayed down our belongings with disinfectant and ushered us onto buses. At this point I didn’t know where I was going, and I was praying I would be allowed to live alone. My university has shifted fully online and I have to video call to attend discussion class at nighttime. I also take opera lessons; this would be very difficult and disruptive with other people around (here I would like to apologize to my next door neighbor who has to listen to me sing every day). 

I was so relieved and elated to find that we were going to be individually housed in a small but very pleasant hotel room. A doctor calls me every day to check on me. I have 3 meals delivered daily, and the staff members are very responsive. When I had an issue with my window and air conditioner, and they immediately sent a mechanic (in full protective gear) to fix them, making sure he was accompanied by a woman to help me feel comfortable.  

We’re all stressed, and we’re asking for a lot from these staff. Even though there are inevitable pitfalls and problems, it’s obvious they are trying their best. I can now fully focus on completing my schoolwork so I can graduate, as well as apply for jobs.  

I’m so grateful to everybody who has been part of and continues to be part of this difficult journey. This unprecedented pandemic has turned the world into absolute chaos and every single person – from the embassy reps in Korea to the man who brings my food every day – are making this a little bit easier and less painful, and I want to extend my deepest gratitude and recognition to them. They are what make Thailand strong and gives me confidence that I, as a Thai person, will be supported whatever happens in the world. Thank you. 


ดิฉันเป็นนักศึกษาปี4ที่ Duke University รัฐNorth Carolina, USA ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับประเทศไทยและขณะนี้อยู่ระหว่างกักตัวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในสถานที่ที่รัฐกำหนด(state quarantine)นาน14วัน ที่โรงแรมภัทรา พระราม9 ดิฉันคิดว่าหลายๆคนคงอยากรู้ว่าความเป็นอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐที่ว่านี้เป็นอย่างไร ดิฉันจึงขอแชร์ประสบการณ์ อันเป็นประสบการณ์ ที่ไม่คาดคิด มาก่อน ว่าจะได้พบเจอ หลายๆสิ่งเป็นเรื่องที่ดีเหนือความคาดหมาย ดิฉันจึงขอแสดงความชื่นชม และขอบคุณต่อเหล่าเจ้าหน้าที่สถานฑูตไทยที่เกาหลีใต้, กรุงวอชิงตัน ดีซี และในประเทศไทย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่โรงแรมภัทราที่ช่วยเหลือดูแลให้ผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้อย่างดียิ่ง 

ดิฉันบินมาถึงประเทศเกาหลีวันที่6เมย.ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นว่ากำลังจะได้กลับถึงบ้าน เสียที จะได้กินอาหารอร่อยๆ ได้กอดสมุนน้องหมาทั้งหลายที่คิดถึง แต่เนื่องจากรัฐบาลปิดสนามบินในประเทศไทยถึงวันที่7เมย. ก็เตรียมใจไว้แล้วว่าคืนนี้ต้องนอนบนเก้าอี้พลาสติคในสนามบิน หนึ่งคืนเพื่อจะบินกลับประเทศไทยเย็นวันพรุ่งนี้ แต่มาถึงสนามบินกรุงโซลไม่ทันไรก็มีข่าวแจ้งมาว่า มีคำสั่งให้ขยายเวลาปิดสนามบินต่อออกไปจนถึงวันที่18เมย.! ตอนนั้นตกใจมากและรู้สึกกลัว กังวลว่านี่เราจะต้องติดอยู่ในสนามบินอีกเกือบ2อาทิตย์เลยหรือนี่ จะต้องนอนในสนามบิน จะต้องสัมผัสใกล้ชิดผู้เดินทางมากมายที่จะผ่านมาและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นี่เราจะทำยังไงดี? 

ตอนนั้นวุ่นวายใจมากเดินไปมาอยู่ในสนามบิน ไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป อยู่ตัวคนเดียว สับสนไปหมด แต่ไม่นานนักก็มีสุภาพ สตรีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วถามว่า "คนไทยใช่ไหมคะ" แล้วเธอก็พาดิฉันไปรวมกลุ่มกับคนไทยอีก20กว่าคนที่ร่วมชะตากรรมเดียวกัน มีจนท.สถานฑูตไทยในกรุงโซลกำลังช่วยทุกคนอยู่ เธอได้นำอาหารและเครื่องดื่มมาให้ รวมทั้ง หน้ากากอนามัย, เจลอัลกอฮอล์ ล้างมือและทิชชู่เปียก (ของล้ำค่าในยุคนี้) จัดให้มีการลงทะเบียนรายชื่อ และข้อมูลต่างๆ และตั้งกลุ่มไลน์ติดต่อประสานงาน ทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยใน10นาที พร้อมทั้งพยายามจัดหาที่พักให้ ตอนนั้นโรงแรมในสนามบินเต็มแต่ก็มีสตรีไทยใจดีคนหนึ่งเสนอให้พักโรงแรมห้องเดียวกับเธอได้ คนในกลุ่มก็เริ่มเสนอความช่วยเหลือกันและกันทำให้เกิดความรู้สึกเป็นที่ต้อนรับ และอบอุ่น ทั้งๆที่ไม่รู้จักกันมาก่อน แต่ทุกคนก็แสดงน้ำใจให้กัน ให้กำลังใจกัน ช่วยเหลือกัน ซึ่งนี่คงเป็นจิตวิญญาณ ความมีน้ำใจของคนไทยเรา 

จนท.สถานฑูตไทยทำงานช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและเป็นมืออาชีพมาก ติดตามตรวจสอบทุกคนที่ตกค้าง รวบรวมตระเตรียมเอกสารทั้งหมด จนสามารถจัดการหาเที่ยวบินให้พวกเราทุกคนเดินทางกลับบ้านได้สำเร็จอย่างรวดเร็วในวันรุ่งขึ้น(7 เมย.) 

เมื่อถึงสนามบินสุวรรณภูมิ มีจนท.ในเครื่องแบบมาคอยรับ ฉีดสเปรย์ น้ำยาฆ่าเชื้อให้ข้าวของสัมภาระ ของพวกเราทั้งหมด แล้วพาพวกเรานำขึ้นรถ ถึงตอนนี้ดิฉันเองก็ยังไม่รู้ว่ากำลังจะไปที่ไหนกัน ได้แต่ภาวนาว่าขอให้ได้พักห้องคนเดียวเพราะยังต้องเรียนonlineเต็มเวลา ซึ่งต้องvideo call ตอนกลางคืนดึกๆเพราะเป็นเวลาเรียนในusa และต้องมีการพูดคุยออกความคิด รวมทั้งมีวิชาโอเปร่า ที่ต้องร้องเพลง ซึ่งจะรบกวนผู้ร่วมห้องอย่างมากและคงทำได้ยาก(ถือโอกาสขออภัยต่อเพื่อนห้องข้างๆทุกคนที่ต้องทนฟังดิฉันร้องเพลงทุกวัน 555) 

รู้สึกโล่งอกที่ลงท้ายได้อยู่ห้องคนเดียว แม้เป็นห้องเล็กๆแต่สะอาดน่าอยู่ มีอุปกรณ์ ครบครันรวมทั้งทีวี ตู้เย็นเล็กๆและเครื่องปรับอากาศ  

คุณหมอโทรมาเช็คอาการทุกวัน มีอาหารส่ง3มื้อ เจ้าหน้าที่ที่ปฎิบัติงานที่โรงแรมก็เอาใจใส่ดีมาก ตอนที่หน้าต่างและแอร์มีปัญหาก็ส่งเจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันเชื้อเต็มสูตรขึ้นมาแก้ไขให้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังให้มีพนักงานหญิงมาด้วยอีก1คนเป็นเพื่อนเราขณะช่างทำการซ่อมแซม อีกด้วย  

ตอนนี้พวกเราทุกคนยังคงเครียดและต้องการโน่นนี่มากมายจากเจ้าหน้าที่และทางโรงแรม ซึ่งอดไม่ได้ที่จะต้องมีจุดบกพร่อง มีความไม่พร้อมบ้าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าเจ้าหน้าที่และทางโรงแรมได้พยายามอย่างดีที่สุดแล้ว ทำให้ตอนนี้ดิฉันสามารถมีสมาธิจดจ่อกับการเรียนและงานที่ต้องส่งมหาวิทยาลัยเพื่อจะได้เรียนจบและสมัครหางานทำได้ 

ดิฉันรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งกับทุกๆคนที่มีส่วนร่วมในการเดินทางที่ยากลำบากครั้งนี้ โรคระบาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ได้เปลี่ยนโลกไปสู่ความสับสนวุ่นวายอย่างสิ้นเชิง ทุกๆคนนับตั้งแต่จนท.สถานฑูตไทยที่เกาหลีมาจนถึงเจ้าหน้าที่ที่โรงแรมที่นำอาหารมาให้ทุกวัน ได้ช่วยปัดเป่าให้ปัญหาเบาบางลงและทุกอย่างราบรื่นมากขึ้น ดิฉันขอแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งไปถึงทุกๆคน เสียดายที่ไม่ทราบชื่อจนท.สถานฑูตไทยที่เกาหลีทั้ง3คนที่ได้มาช่วยเหลือพวกเรา พวกท่านทำให้ดิฉันรู้สึกมั่นใจว่า การที่เราเป็นคนไทย เราจะได้รับการดูแลเสมอไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในโลก ขอบคุณมากนะคะ 

ภาตรี วิฑูรชาติ (แวว) 

major biology& environmental science 


วิชาชีพที่สนใจ:ด้านอนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม